5 เทรนด์ที่มาแรงในปี 2020 ที่นักพัฒนาแอปมือถือต้องรู้
.
1.Internet of Things (IoT)
Internet of Things เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ของอุปกรณ์ดิจิตอล การใช้ IoT ในแอพมือถือช่วยควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะผ่านทางสมาร์ทโฟนได้จากระยะไกล นอกจากนี้แอพมือถือที่ขับเคลื่อนโดย IoT ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อวงนาฬิกาข้อมือและอุปกรณ์สวมใส่อื่น ๆ ไปยังสมาร์ทโฟนได้ด้วย เช่น สมาร์ทวอช, การสั่งเปิดปิดไฟจากโมบายแอพพลิเคชั่น เป็นต้น
ในการพัฒนาแอปพลิเคชั่น เราสามารถสร้างแอพพลิเคชั่น Andriod เพื่อควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าผ่านมือถือ เขียนโปรแกรมรับค่าจาก App ของ Arduino และก็สร้าง แอพพลิเคชั่น Andriod เพื่อใช้ควบคุมไฟฟ้าผ่านมือถือได้
.
2.โลกเสมือนจริง (AR & VR)
ความต้องการแอปพลิเคชั่น VR และ AR กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นค้าปลีก, การดูแลสุขภาพ, การศึกษา, การเดินทางและอื่นๆ ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่การประยุกต์ใช้ AR ก็ทำได้หลายอย่าง เช่น การเพิ่มประสบการณ์ในการเล่นเกม หรือการจำลองสินค้าขึ้นมาให้เห็นจากหน้าแคตตาล็อก เป็นต้น
โดยทางหนึ่งในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นคือ ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android มีไลบรารีพื้นฐานในการทำ AR เป็นของตัวเองคือ ARKit และ ARCore ตามลำดับ โดยโปรแกรม Unity ก็มี AR Foundation ไลบรารีที่พัฒนาโดย Unity เองมาเป็นทางเลือกให้กับเรา
.
3.Artificial Intelligence and Chatbots
การรวมกันของ AI กับแอพมือถือ ไม่เพียงแต่ประหยัดเงินเป็นจำนวนมากสำหรับธุรกิจ การพัฒนา Chatbots ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ก็ได้เปลี่ยนวิธีการที่ธุรกิจโต้ตอบกับลูกค้าผ่านโทรศัพท์มือถือได้อย่างรวดเร็ว แอพมือถือที่มีบริการ เช่น บริการรถแท็กซี่การส่งอาหารและการช็อปปิ้งออนไลน์กำลังรวม Chatbots เพื่อตอบคำถามของลูกค้าอย่างรวดเร็ว
Chatbot ที่ไม่ค่อยฉลาด สามารถสร้างได้โดยการระบุกฎต่างๆ เพื่อกำหนด flow ของบทสนทนา หรือที่เรียกกันว่า rule-based chatbots การที่จะทำให้ rule-based chatbots ทำงานได้ดีนั้น เราจะต้องระบุกฎให้ครอบคลุมทุกคำตอบที่ผู้ใช้งานอาจจะตอบเข้ามา ซึ่งทำได้ค่อนข้างยาก ด้วยเหตุนี้เอง AI จึงถูกนำเข้ามาใช้เพื่อเรียนรู้ pattern จากบทสนทนาที่เกิดขึ้นจริง และช่วยให้ chatbot สามารถเข้าใจสิ่งที่ผู้ใช้งานพูดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
หน้าที่หลักๆ ของ AI ใน chatbot คือ การเข้ามาช่วยทำนายว่าผู้ใช้งานมีความตั้งใจ (intent) ที่จะทำอะไร และดึงข้อมูลบริบทที่เกี่ยวข้องออกมาจากบทสนทนา สำหรับเครื่องมือที่ใช้พัฒนา AI บนมือถือได้แก่ Caffe2 เป็น deep learning framework ซึ่งเป็น cross platform ที่ทำงานร่วมกับ Android Studio และ Xcode , TensorFlow Lite and Mobile เป็น โอเพ่นซอร์สไลบรารี่ที่สร้าง machine learning model ที่สามารถพัฒนาได้บนมือถือโดยฟังก์ชันที่ทำได้คือการรู้จำเสียง การตรวจจับใบหน้า การสังเคราะห์เสียงเป็นต้น ส่วน iOS ก็จะมี core ML เป็น framework ที่เกี่ยวกับ machine learning
.
4.Cloud-based Mobile Apps
เทคโนโลยีคลาวด์ช่วยให้องค์กรจัดเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาล เทคโนโลยีนี้เมื่อรวมเข้ากับแอพมือถือจะช่วยเพิ่มความสามารถ การจัดเก็บของแอพพลิเคชั่นและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการทำงานร่วมกัน นอกจากนี้แอพพลิเคชั่นมือถือ
ส่วนใหญ่ที่มีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถใช้ Amazon Web Service (AWS) เพื่อสำรองข้อมูลคลาวด์คอมพิวติ้ง ซึ่งจะเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยพัฒนาแอพพลิเคชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคตข้างหน้า ดังนั้นเราจึงต้องรู้วิธีการใช้แอพพลิเคชั่นมือถือในการติดต่อฐานข้อมูลบน cloud เพื่อใช้ประโยชน์จาก Cloud ได้อย่างเต็มที่ ส่วนวิธีสามารถศึกษาได้จากผู้ให้บริการ
.
5.M-Commerce (ระบบการชำระเงินผ่านมือถือ)
ในยุคที่ผู้ใช้บริการเริ่มชำระเงินผ่านโมบายแอพพลิเคชั่นมากกว่าที่จะถือเงินสดติดตัว เหล่าธนาคารเองหรือแม้แต่ผู้เล่นที่ถือครองผู้ใช้งานด้านอื่นๆก็เริ่มเข้ามาสร้างแอพพลิเคชั่นสำหรับการชำระเงินที่ครบครัน ดังนั้นเราจึงมีควรความรู้ที่เกี่ยวกับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือทั้ง Android และ iOS หรือ cross platform ที่รองรับการการชำระเงินผ่านทางช่องทางต่างๆด้วย
All Comments (3)